การพิมพ์เสื้อยืดด้วยสีพลาสติซอล
                                                                                Plastisol on T-shirt Screen Printing

                                                                                                                                                                โดย รุ่งทิพย์ อมรวชิรวงศ์
                                                                                                                                                                หจก. เอส.เค. สีและเคมี 


          สีพลาสติซอลเป็นสีที่ได้รับการต้อนรับจากวงการพิมพ์ผ้าเสื้อยืดอย่างกว้างขวางในต่างประเทศมากว่า
15 ปี และได้เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสีพลาสติซอลได้เป็นที่ยอมรับกันอย่างพอสมควรในบ้านเมืองของเรา เนื่องจากการใช้งานง่าย ไม่แห้งตัวในขณะที่พิมพ์งาน ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดปัญหาสีจับหน้าบล็อกสกรีน ต้องทำความสะอาดบล็อกบ่อย ๆ สามารถพิมพ์ลวดลายที่ต้องการเก็บรายละเอียดมาก ๆ ได้ และสามารถพิมพ์ลวดลายภาพเหมือนจริง (Halftone) ลงบนผ้าสีเข้มหรือสีดำได้เลยทันที โดยไม่ต้องรองพื้นก่อน มีความสามารถในการยึดติดกับชิ้นงานได้มากชนิด ตลอดจนถึงสามารถสร้างงานพิมพ์ที่หลากหลายแปลกตาแตกต่างไปจากสีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำ (Aqeoues System) อาทิเช่น สีพิมพ์ลายหนัง(Suede) เยลลี่พริ้น (Jelly Print) ลูกปัด (Caviar Beads) และพิมพ์ให้มีเนื้อหนาเป็นมิล ๆ ได้ เป็นต้น
         
สีพลาสติซอลมีลักษณะพิเศษนอกเหนือจากสีพิมพ์สูตรน้ำ คือต้องใช้ความร้อนในการอบสีให้แห้ง มันไม่สามารถที่จะแห้ง (Cure) เองได้ในอุณหภูมิห้อง อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้สีแห้งคือ 143 - 166 องศา C (290 - 330 องศา F)
          โดยแท้จริงแล้ว สีพลาสติซอลสามารถพิมพ์ลงได้บนวัตถุแทบทุกพื้นผิวที่สามารถทนความร้อน และมีช่องให้สีพลาสติซอลไหลผ่านเพื่อเคลือบพื้นผิววัตถุที่ต้องการพิมพ์ ในด้านนั้นไว้ได้ นั่นหมายถึงว่าสีพลาสติซอลสามารถพิมพ์ลงบนวัตถุที่เป็นเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยไฟเบอร์ได้ สีพลาสติซอลจะไม่ซึมเข้าเส้นใยแบบสีย้อม (Dye) แต่จะเคลือบเพียงผิวของเส้นใยไว้เท่านั้น และมันก็จะทำให้ตัวของมันกับเส้นใยมีปฎิกิริยาพันธะเคมี (Machanical Bond) ซึ่งกันและกัน โดยมีความร้อนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ด้วยเหตุผลนี้สีพลาสติซอลจึงสามารถติดบนผ้าได้มากชนิดกว่าสีพิมพ์สูตรน้ำ แต่ถ้าเป็นผ้าร่มหรือไนลอนที่เคลือบสารกันน้ำมาแล้ว (Waterproofed) จะต้องนำเคมีที่ช่วยประสานเนื้อหรือที่เรียกว่า Nylon Bonding Agent ผสมเข้าไปด้วย
                                                                               
                                                                                
ความปลอดภัยทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

         
สีพลาสติซอลไม่ใช่สารมีพิษ (Innocuous) ถ้าได้รับการอบสีให้แห้งอย่างถูกต้องและถูกวิธี สีพลาสติซอลที่แท้จริงประกอบด้วยสารน้ำมันที่ไม่ก่อให้เกิดอากาศเป็นพิษ (Air-Pollution) และมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเกี่ยวกับระบบการหายใจและผิวหนัง สีพลาสติซอลเป็นสีที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ใช้งาน ตลอดจนถึงการขนส่งและการเก็บรักษา ตามโครงการป้องกันสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของสุขภาพ (The Safety and Environmental Protection Procedures) ซึ่งมีอัตราการกำหนดไว้ดังนี้


อัตราความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ = 1 (เบาบาง)
(Health Rating)
อัตราความปลอดภัยทางด้านการติดไฟ = 1 (เบาบาง)
(Flammability Rating)
อัตราความปลอดภัยทางด้านความไวต่อปฎิกิริยา = 0 (น้อยมาก)
(Reactivity Rating)
อัตราความปลอดภัยทางด้านการปกป้องบุคคล = B (ดี)
(Personal Protection Rating)

                                                                                          การเลือกผ้าสกรีน

        
มีผ้าสกรีนที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกมากกว่า 400 ชนิด ที่จะต้องเลือกสรรมาใช้กับงานนี้ การเลือกผ้าสกรีนที่ถูกต้องจะทำให้ได้ชิ้นงานที่ตรงกับความต้องการ และสร้างสรรงานที่มีคุณภาพให้ จึงควรเลือกผ้าสกรีนให้เหมาะสมกับงาน ดังนี้

เบอร์ ใช้พิมพ์
36   กากเพชร ขนาด 0.3 mm. 0.1 mm.
65   ผงทอง-เงิน-มุก นูนหนา กากเพชร ขนาด 0.01mm. 0.004 mm.
80-100   รองพื้นหนา นูนธรรมดา ผงทอง-เงิน-มุก และพิมพ์ลายหนา ๆ บนผ้าเข้ม
120   ลายทั่วไปบนผ้าเข้ม รองพื้นที่มีรายละเอียด พิมพ์ผ้าร่มสีดำ
135-150   ลายทั่วไปบนผ้าขาว
180   สีต่าง ๆ บนผ้าขาวหรือผ้าสีอ่อน ผ้าร่ม-ไนลอนสีอ่อน ๆ ฮาร์ฟโทนบนผ้าเข้ม
200-230   สีต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดมาก ๆ บนผ้าขาวหรือผ้าสีอ่อน ผ้าร่ม-ไนลอนสีอ่อน พิมพ์หลากสีบนสีรองพื้น ฮาร์ฟโทนบนผ้าสีขาวหรือสีเข้ม
250-305   ลวดลายสอด 4 สีบนผ้าขาว ลวดลายหลายสีบนผ้าเข้มหรือผ้าดำ ฮาร์ฟโทนบนผ้าขาว
   
        ถ้าพิมพ์ลายผ้าที่มีขนมากให้ใช้ผ้าสกรีนที่มีจำนวนเส้นด้ายน้อยกว่าปกติ 20 เส้นต่อ 1 นิ้ว ในกรณีที่พิมพ์ด้วยมือ และถ้าพิมพ์โดยเครื่องพิมพ์อัตโนมัติจะต้องใช้ผ้าสกรีนที่มีจำนวนเส้นด้ายมากขึ้นอีก 30 เส้นต่อ 1 นิ้ว*ขอรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของผ้าสกรีนได้จากทางห้างฯ

                                                                              การเลือกแปรงปาดสี (Squeegees)

        สิ่งที่จะควบคุมการไหลของสีพิมพ์พลาสติซอลนอกจากความถี่-ห่างของผ้าสกรีนแล้วแปรงปาดสี (Squeegees) ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยที่สองในการทำงานตรงนี้ โดยแท้จริงแล้วเราสามารถเลือกใช้ยางปาดสีได้หลายแบบตามความต้องการของงานที่จะทำหรือตามผ้าสกรีนที่เราได้เลือกใช้ไปแล้ว

ประเภทสีพลาสติซอล รูปร่าง (Shape) ความแข็ง (Shore A) ความหนา (mm.)
ฮาร์ฟโทน/ออฟเซ็ท U 80 7-9
เบสใส U 70-80 7-9
เบสทึบ U 70-80 7-9
สีขาว V 70-80 7-9
นูน V 60-70 7-9
เยลลี่พริ้น V 60-70 7-9

         ยางปาดสีรูปตัว
U ที่มีเนื้อแข็ง จะรีดสีได้ดีกว่า ยางปาดสีรูปตัว V ที่มีเนื้อนิ่ม ส่วนในเรื่องความหนาของยางปาดสีก็จะเป็นสิ่งที่ผันแปรตามความยาวของแปรงปาดสี (7 mm. = บาง 9 mm. = หนา) หมายความว่า แปรงปาดสีที่มีขนาดยาวควรจะใช้ยางปาดสีที่หนากว่าแปรงปาดสีที่มีขนาดสั้น และแปรงปาดสีที่มีขนาดสั้นกว่าให้ใช้ยางปาดสีที่บางกว่าแปรงปาดสีที่มีขนาดยาว สำหรับตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ผ้ายังไม่พบข้อกำหนดไว้ สำหรับงานที่ได้เตรียมบล็อกสกรีนไว้เรียบร้อยแล้ว อัตราการไหลตัวของสีพิมพ์พลาสติซอลก็เสมือนว่าได้ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยความถี่-ห่างของผ้าสกรีน เรายังสามารถควบคุมการไหลตัวของสีได้อีกชั้นหนึ่งด้วยยางปาดสี การใช้ยางปาดสีรูปตัว U อยู่แล้ว สีจะไหลลงน้อย ถ้าต้องการให้สีไหลตัวมากขึ้น (พิมพ์หนาขึ้น) ก็ให้เปลี่ยนเป็นยางปาดรูปตัว V และการใช้ยางปาดสีที่มีความแข็งที่ 80 shore A อยู่ แล้ว สีก็จะไหลตัวน้อย (พิมพ์บาง) ให้เปลี่ยนยางปาดที่นิ่มลง อาจจะใช้ที่ความแข็ง 70 หรือ 60 Shore A ก็ได้ ซึ่งจะได้สีที่หนาขึ้น (60 Shore A = นิ่ม 70 Shore A=ปานกลาง 80 Shore A = แข็ง)

                                                                                    การเตรียมฟิลม์ (Films)

         การเตรียมฟิลม์พลาสติซอลก็เหมือนกับการเตรียมฟิลม์สีพิมพ์สูตรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายธรรมดาหรือการพิมพ์ลายออฟเซ็ท 4 สี แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมาคู่กับการพิมพ์พลาสติซอล คือ การเตรียมฟิล์มแบบภาพเหมือนจริง หรือที่เรียกว่า Halftone การเตรียมฟิล์มแบบนี้อาจจะทำได้ในโปรแกรม Photoshop Version 3 เป็นต้นไป หรือทำในโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายกันในตลาดโลก หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อทางห้าง ฯ
 
                                                                                 การเตรียมสีพิมพ์พลาสติซอล

        
สีพลาสติซอลที่ทางห้างฯ เอส.เค. สีและเคมี จัดทำขึ้นนั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มสีสำเร็จรูป (Ready for Use) จะเป็นสีที่เตรียมไว้พร้อมที่จะนำมาใช้งานได้เลย มีดังนี้

         สีมาตราฐาน-สำเร็จรูป มีทั้งหมด 11 สี คือ

ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-40SNL BLACK สีดำ
2 AVW-40SK-H BLUE สีน้ำเงิน
3 AVW-40SB GREEN สีเขียว
4 AVW-40SP NAVY BLUE สีกรมท่า
5 AVW-40LR ORANGE สีส้ม
6 AVW-40SG RED สีแดงสด (Scarlet)
7 AVW-40R RED สีแดงเข้ม (Brite)
8 AVW-40SR RUBINE สีบานเย็นเข้ม (Cardinal)
9 AVW-40SQ SKY BLUE สีฟ้าทะเล
10 AVW-40SBL VIOLET สีม่วง
11 AVW-40RG YELLOW สีเหลืองจันทร์

         สีออฟเซ็ท-สำเร็จรูป มีทั้งหมด
4 สี คือ

ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-40TSNL BLACK สีดำ
2 AVW-40TSQ CYAN สีฟ้า
3 AVW-40TSR MAGENTA สีบานเย็นสด
4 AVW-40TRG YELLOW สีเหลือง
    
          สีสะท้อนแสง-สำเร็จรูป มีทั้งหมด
8 สี คือ

ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-4012 GREEN สีเขียวสะท้อนแสง
2 AVW-4014 ORANGE สีส้มสะท้อนแสง
3 AVW-4015 LEMON YELLOW สีเหลืองมะนาวสะท้อนแสง
4 AVW-4016 RED สีแดงสะท้อนแสง
5 AVW-4017 PINK สีชมพูสะท้อนแสง
6 AVW-4018 BLUE สีฟ้าสะท้อนแสง
7 AVW-4037 RUBINE สีบานเย็นสะท้อนแสง
8 AVW-4047 VIOLET สีม่วงสะท้อนแสง

2. กลุ่มสีกึ่งสำเร็จรูป (Semi-Ready for Use) เป็นสีที่จะต้องนำมาผสมกันเอง เช่นเดียวกับสีสูตรน้ำ มีดังนี้ :-

           แม่สีเข้มข้น มีทั้งหมด
11 สี คือ

ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-SNL BLACK สีดำ
2 AVW-SK-H BLUE สีน้ำเงิน
3 AVW-SB GREEN สีเขียว
4 AVW-SP NAVY BLUE สีกรมท่า
5 AVW-LR ORANGE สีส้ม
6 AVW-SG RED สีแดงสด (Scarlet)
7 AVW-R RED สีแดงเข้ม (Brite)
8 AVW-SR RUBINE สีบานเย็นเข้ม (Cardinal)
9 AVW-SQ SKY BLUE สีฟ้าทะเล
10 AVW-SBL VIOLET สีม่วง
11 AVW-RG YELLOW สีเหลืองจันทร์

            แม่สีสะท้อนแสง มีทั้งหมด
8 สี คือ

ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-12 GREEN สีเขียวสะท้อนแสง
2 AVW-14 ORANGE สีส้มสะท้อนแสง
3 AVW-15 LEMON YELLOW สีเหลืองมะนาวสะท้อนแสง
4 AVW-16 RED สีแดงสะท้อนแสง
5 AVW-17 PINK สีชมพูสะท้อนแสง
6 AVW-18 BLUE สีฟ้าสะท้อนแสง
7 AVW-37 RUBINE สีบานเย็นสะท้อนแสง
8 AVW-47 VIOLET สีม่วงสะท้อนแสง

             เบสและสารแต่งเติม มีทั้งหมด 11 ชนิด คือ
 
ลำดับ รหัสสินค้า รายการสินค้า
1 AVW-5010M PLEXIGLASS BASE เบสแก้ว
2 AVW-5010N TRANSPARENT BASE เบสใส
3 AVW-5011 OPAQUE BASE เบสทึบเงาพิมพ์ผ้าเข้ม
4 AVW-5012 WHITE BASE เบสขาวเงา
5 AVW-5013 UNDERBASE เบสรองพื้น
6 AVW-5014 MATT BASE เบสด้าน
7 AVW-5015 WHITE MATT BASE เบสขาวด้าน
8 AVW-5016 PUFF BASE เบสนูนผสมสี
9 AVW-5017 WHITE PUFF BASE เบสนูนขาว
10 AVW-6010 VISCONSITY REDUCER สารลดความข้น/เหนียว
11 AVW-6011 SOFT-HAND ADDITIVE สารปรับนุ่ม

                                                                                     การอบสี (
Curing Plastisol)

         การอบสีพลาสติซอลเป็นเรื่องของการทำสีให้แห้งโดยใช้ความร้อนและระยะเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสม การอบสีที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง สาเหตุที่ทำให้สีพลาสติซอลยึดผ้าไม่ดีพอ ส่วนมากแล้วจะเกิดจากการอบสี พลาสติซอลไม่เหมาะสมทั้งสิ้น

เมื่อสีพลาสติซอลถูกความร้อน อนูของพลาสติซอลจะดูดเอาของเหลวที่อยู่รอบ ๆ เข้ามาแล้วพองตัวขึ้น หลังจากนั้นจะเข้ารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวและผนึกตัวให้เหนียวขึ้น โดยทั่วไปเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ความร้อนที่สูงมากเกินไปในการอบสี เนื่องจากอูณหภูมิสูงมากเกินไปเป็นจุดที่จะทำให้ผ้าที่พิมพ์ไหม้เกรียมได้ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีคำแนะนำว่าให้ใช้ความร้อนในการอบสีพลาสติซอลมากกว่า 176 องศาC (350 อาศาF) ระดับความร้อนในระดับนี้จะเป็นสาเหตุทำให้สีพลาสติซอลพองตัวแล้วยุบตัวลงทันที ซึ่งจะเกิดปัญหาสีย้อมซึมเข้าสีพลาสติซอล(Dye Migration) การที่สีพลาสติซอลที่พิมพ์ไปแล้วไม่ได้รับความร้อนจากการอบสีอย่างสมบูรณ์แบบ อนูของพลาสติซอลก็จะไม่รวมตัวกับของเหลวที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งจะเป็นผลทำให้สีที่พิมพ์แล้วแตกและหลุดได้เมื่อมีการซักล้าง
อุณหภูมิที่สีพลาสติซอลจะเริ่มคลายเป็นสารเหนียวหรือเจลอยู่ระหว่างอุณหภูมิ 82-121 องศาC (180-250 องศาF) ซึ่งเรียกว่าการอบสีแบบกึ่งหนึ่ง (Semi-Cured) สีจะถูกอบได้อย่างสมบูรณ์ระหว่างอุณหภูมิ 138-160 องศาC(280-320 อาศาF) ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสีพลาสติซอลและความหนาบางของสีที่พิมพ์ลงไป เราจะเรียกอุณหภูมิการอบสีอย่างสมบูรณ์นี้ว่า Fusion Temperature ดังนั้น สีพลาสติซอลส่วนมากจะแห้งจริง ๆ ที่อุณหภูมิ 149 องศาC (300 อาศาF)

    1. การอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบเคลื่อนที่ (Flush Cure) โดยทั่วไปแล้วสีพลาสติซอลสามารถแห้งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยเครื่อง Flush Cure ถ้าเครื่องถูกตั้งให้ห่างจาก   หน้าโต๊ะพิมพ์ 2-3 นิ้ว และใช้เวลาในการอบสี 20-30 วินาที สำหรับการอบระหว่างสีให้ใช้เวลาลดน้อยลง

    2. การอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบสายพาน(Conveyor) ขั้นต้นควรจะเปิดเครื่องไว้ เพื่อให้อุณหภูมิได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งเครื่องก่อน เครื่องอบผ้าแบบนี้ของแต่ละที่จะมีขนาดกว้างยาวแตกต่างกันไป เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำหนดลงไปได้ว่าควรจะกำหนดความเร็วของการเคลื่อนที่ของสายพานให้อยู่ในระดับไหน โดยทั่วไปแล้ว จะตั้งกันไว้ที่ 20-30 วินาที เครื่องอบที่มีขนาดเล็กควรที่จะกำหนดความเร็วของสายพานไว้ช้ากว่าเครื่องที่มีขนาดใหญ่กว่า สิ่งที่จะกำหนดระยะเวลาที่ดีที่สุดก็คือ การทดสอบการอบสีด้วยตัวเอง จับเวลาความเร็วที่ใช้แล้วทดลองอบสีดูแล้วทดลองซักเอง ว่าความเร็วตรงไหนทีดีที่สุดสำหรับสีที่เลือกและผ้าที่ใช้พิมพ์ในขณะนั้น แล้วบันทึกเวลาดังกล่าวไว้

                                                                                   การวัดอุณหภูมิของสีพลาสติซอล
 
        
Temperature Test Strips เป็นแถบที่ใช้วัดอุณหภูมิสีพลาสติซอลที่พิมพ์ลงไป ถ้าสีหนาแถบอุณหภูมิควรจะวางไว้ด้านในของเสื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ทราบถึงอุณหภูมิที่แน่นอนจริง ๆ เครื่องวัดความร้อน(Temperature Probes หรือ Pyrometers) ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรจะใช้ด้วย ถึงแม้ว่าเครื่องวัดอุณหภูมิจะเป็นสิ่งที่วัดอุณหภูมิได้ถูกต้องแน่นอน มันก็อาจจะทำให้การอ่านค่าความร้อนจากแผ่นฟิลม์ของสีที่พิมพ์ไปเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้ ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง เพราะเครื่องวัดอุณหภูมิอาจจะไม่มีปฎิกิริยาได้เร็วเพียงพอในการจับค่าความร้อนของแผ่นฟิล์มของสีที่พิมพ์ลงไปได้
ถ้าความหนาของแผ่นฟิล์มของสีที่พิมพ์ลงไปได้รับอุณหภูมิที่เหมาะสม สีก็จะแห้งตัวได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าการให้อุณหภูมิความร้อนสูงอย่างเพียงพอจะทำให้สีพลาสติซอลแห้งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้โดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น

                                                                              การตรวจสอบการแห้งตัวของสีพลาสติซอล

        
การตัดสินใจว่าสีพลาสติซอลแห้งตัวหรือไม่นั้น จะทดสอบกันได้โดยการซักในน้ำร้อนและผงซักฟอกชนิดแรง ๆ โดยทั่วไปจะทดสอบกัน 5 - 10 ครั้ง จึงจะถือว่าสีแห้งตัวดีหรือไม่ แต่ถ้าสียังไม่แห้งตัวเรียบร้อยดีจะแสดงผลให้ทราบหลังจากซักไปเพียง 1 - 3 ครั้งเท่านั้น โดยทั่วไปยังมีการทดสอบได้อีก 2 วิธี ดังนี้คือ

1. การยึดบริเวณสีที่พิมพ์ออกไป 2 ส่วน 3 ของความยืดของเนื้อผ้า เป็นวิธีที่นิยมทดสอบกันมากที่สุด ถ้าสีที่พิมพ์ลงไปแตกและไม่สามารถหดกลับได้ หมายความว่าสียังแห้งตัวได้ไม่ดีพอ การยืดผ้าดูเมื่อทดสอบการแห้งตัวของสีนี้ไม่เหมาะสำหรับทดสอบสีพิมพ์หนา ๆ เพราะสีที่พิมพ์หนาต้องพิมพ์หลายชั้น สีที่อยู่ด้านบนอาจจะแห้งตัวดีแล้ว แต่สีที่อยู่ด้านล่างยังไม่แห้งตัวดี เวลาดึงยืดดูก็จะไม่เห็นผลเสียอะไรให้เป็นจุดสังเกต

2. การหยดสารเคมี Curing Testing Liquid AVW-6012 2-3 หยด ลงบนด้านหลังของสีพิมพ์ที่อยู่ด้านในของเสื้อ ถ้าสีที่พิมพ์ลงไปแล้วไหลมาเปื้อนบริเวรที่ยังไม่ได้พิมพ์ นั่นจะหมายความว่าสียังไม่แห้งตัวดี ต้องนำมาอบใหม่

                                                                                            เทคนิคการอบสี

1. สีขาวจะใช้เวลาในการอบสีนานที่สุด นานกว่าสีมาตราฐานทุกสี สีเฉดอ่อนต้องอบสีนานกว่าสีเข้ม สีพิมพ์หนาต้องการการอบสีนานกว่าสีบาง
2. การพิมพ์กากเพชร(Glitter) กากเพชรละเอียด ๆ(Shimmer) สีสะท้อนแสง (Reflexivem) ผงทองโลหะ ผงมุก ใช้เวลาในการอบสีนานกว่าพลาสติซอลที่ผสมสีปิกเม้นท์
3. เมื่อพิมพ์สีลงไปแล้ว ควรจะอบสีเลยทันทีหรือภายใน 1 นาที ถ้าอบสีช้ากว่านี้ น้ำมันที่ใช้เป็นส่วนผสมอาจจะซึมออกข้างลายพิมพ์ได้
4. เทปวัดอุณหภูมิไม่สามารถที่จะวัดว่าสีอบแห้งดีแล้ว ซึ่งจะสามารถใช้บอกได้เพียงคล่าว ๆ เท่านั้น สิ่งที่จะวัดได้ดีที่สุด คือ การทดลองซักนั่นเอง

                                                                                      การทำความสะอาดบล็อก

         
ให้ใช้น้ำมันก๊าด (Mineral Spirits) ในการล้างทำความสะอาดบล็อกหลังจากเก็บสีเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าจะใช้น้ำล้างบล็อกก็ได้ แต่บล็อกจะต้องเคลือบน้ำยา Patly SK-3RPV ก่อน สิ่งที่จะขจัดคราบน้ำมันที่ค้างอยู่ในบล็อกคือ น้ำสบู่ ให้ชโลมน้ำสบู่ก่อนแล้วใช้น้ำล้างออกภายหลัง

                                                                                          แก้ปัญหาการพิมพ์

1. สีย้อมซึม (Dye-Migration) คือปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดจากสีย้อมของผ้าโพลีเอสเตอร์ไหลซึมเข้าสู่สีพิมพ์ พลาสติซอล ปัญหานี้จะสังเกตุได้ง่ายเมื่อพิมพ์สีอ่อนลงบนผ้าสีเข้ม สีของผ้าที่มักจะเกิดปัญหานี้ขึ้นคือ สีแดง (Red) สีแดงคล้ำ (Maroon) เขียวเข้ม (Kelly Green) และสีกรมท่า (Navy Blue) หรือน้ำเงินเข้ม (Darker Blue) เช่น ถ้าพิมพ์สีขาวบนผ้าสีแดง สีขาวที่ได้ก็จะเป็นสีชมพูอ่อน และถ้าพิมพ์บนผ้ามีกรมท่าก็จะได้สีฟ้า เป็นต้น ปัญหานี้อาจจะปรากฎขึ้นทันทีหลังจากที่สีอบแห้งแล้ว หรือหลังจากอบสีแห้งแล้วเป็นชั่วโมง ๆ เป็นวัน ๆ แล้วก็ได้

การควบคุมควรปฏิบัติดังนี้

- พิมพ์โดยใช้สีที่มีความทึบสูง (High-Opacity) มีความข้น (Visconsity) พอสมควร ไม่เหลวเกินไป
- ใช้ความร้อนไม่มากเกินกว่าความจำเป็นในการอบสีให้แห้ง การใช้ความร้อนมากเกินไปเป็นบ่อเกิดของ Dye-Migration
- พิมพ์รองพื้นด้วยสีขาวพร้อมทั้งอบสีให้แห้งก่อน แล้วจึงพิมพ์สีที่ต้องการภายหลัง

2. ใช้ Additive ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม สีและเบสต่างๆ ได้รับการทำขึ้นมาให้สามารถใช้งานได้สะดวกและเหมาะสมแล้ว การจะนำสารช่วยปรุงแต่งต่าง ๆ มาใช้ ก็ให้สอบถามทางห้างฯ ก่อนและควรนำมาใช้เท่าที่จำเป็นที่สุดและน้อยที่สุด เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ง่าย ผลเสียที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะเกิดขึ้นหลังจากที่งานส่งไปถึงมือลูกค้าผู้สวมใส่แล้ว ไม่เพียงความเสียหายจะเกิดขึ้นเท่านี้ ต้นทุนการผลิตสินค้าที่เกิดจากการแต่งเคมีช่วยเข้าไปก็ยังจะสูงขึ้นตามมาด้วย ทางที่ดีควรเลือกซื้อสีพลาสติซอลที่มีคุณภาพดีจากผู้จำหน่ายที่สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนและถูกต้อง ทั้งนี้จะทำให้สีย้อมซึมเข้าหาสีรองพื้นขาวก่อน เมื่อพิมพ์สีต่อไปทับด้านบนจึงไม่ก่อให้เกิดปัญหานี้

3. อบสีให้ถูกวิธี ปัญหามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ใช้สีพลาสติซอลเกิดมาจากการอบสี ดังนั้นควรจะศึกษาเรื่องนี้ให้ดีที่สุด แล้วท่านจะเป็นหนึ่งของผู้ประสบความสำเร็จในการพิมพ์สีนวัตกรรมใหม่ (New Innovation) นี้

*
ข้อมูลทั้งหมดที่ระบุไว้ในบทความข้างต้นนี้ รวมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ ล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากความรู้และความเข้าใจในปัจจุบันของผู้เขียนทั้งสิ้น และถือได้ว่าความรู้ดังกล่าวมีความถูกต้องแม่นยำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังไม่สามารถให้การรับประกันความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวได้ในทุก ๆ กรณี เนื่องจากผู้เขียนไม่อาจคาดคะเนได้ว่าผู้อ่านจะนำข้อมูลหรือคำแนะนำ ไปใช้เมื่อใด ทางด้านใดบ้าง และมีปัจจัยอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล และคำแนะนำข้างต้นตลอดเวลาด้วยโดยไม่มีการแจ้างให้ทราบล่วงหน้า*   
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐:%M น.
 

เรียนสกรีนเสื้อฟรี

 
   ScreenPrintingSecret
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้266
mod_vvisit_counterเมื่อวาน516
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3775
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3487
mod_vvisit_counterเดือนนี้9262
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว15434
mod_vvisit_counterทั้งหมด1060105

Online (20 minutes ago): 6
Your IP: 54.224.102.26
,
Today: พ.ย. ๑๘, ๒๕๖๐