เรื่องของสีพิมพ์ผ้า
                                                                             Story of Textile Screen Printing
   

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     โดย รุ่งทิพย์ อมรวชิรวงศ์
                                                                                                                                                                หจก. เอส.เค. สีและเคมี 

         ในเรื่องของการตกแต่งสีสันลวดลายผ้าให้สวยงามนั้น สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การทอ การถัก การปัก การมัดย้อม การย้อมบาติก และการพิมพ์ การพิมพ์เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย เทคนิคการพิมพ์ผ้าก็มีแตกต่างกันออกไป

         การพิมพ์ผ้าจัดเป็นงานศิลปะอุตสาหกรรม (Industrial Art) อีกอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูงทั้งในด้านลายพิมพ์ ความสวยงาม ความกลมกลืนของสี ความทันสมัย และความคงทนต่อการใช้งาน ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยหลักวิชาการความรู้และความชำนาญเป็นอย่างมาก

แม่พิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ผ้า แบ่งออกได้ดังนี้
 
โมลด์ (Mold)   
          การพิมพ์ด้วยโมลด์ แม่พิมพ์ชนิดนี้ส่วนที่ไม่ใช่ลวดลายจะถูกแกะลึกเข้าไป เหลือส่วนที่เป็นลวดลายเรียบเสมอกัน เวลาพิมพ์ใช้พิมพ์ด้วยมือ นำโมลด์ไปจุ่มในสีพิมพ์แล้วนำไปกดลงบนผ้าก็จะได้ลวดลายตามโมลด์นั้น ซึ่งมีลักษณะเหมือนตรายาง หรือจะใช้สีพลาสติซอลหยอดลงไปในโมลด์ที่ทำเป็นเบ้าไว้ แล้วนำมาอัดความร้อนแล้วลอกโมลด์ออก ก็จะได้สีพิมพ์ผ้าที่มีเนื้อหนา ๆ หรือที่เรียกว่า High Density Print

บล็อกสกรีน (Screen Frame)
          การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อคสกรีน แม่พิมพ์ชนิดนี้จะเตรียมขึ้นมาจากกรอบบล็อกสี่เหลี่ยม ซึ่งอาจจะทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น ไม้ อลูมิเนียม และ เหล็ก เป็นต้น แล้วนำมาขึงด้วยผ้าสกรีน ใช้กาวถ่ายบล็อกเคลือบผ้าสกรีนแล้วนำมาถ่ายด้วยแสง หลังจากนั้นจึงนำมาพิมพ์ด้วยสีพิมพ์ผ้าประเภทต่าง ๆ แม่พิมพ์แบบนี้มีทั้งที่พิมพ์ด้วยมือและเครื่องจักรอัตโนมัติ

โรดารีสกรีน (Rotary Screen)
         การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์โรตารี แม่พิมพ์ชนิดนี้จะเป็นลูกกลิ้งกลมกลวง ตัวปาดสีจะอยู่ภายในลูกกลิ้ง เวลาพิมพ์ลูกกลิ้งจะหมุนรอบตัว ผ้าจะวิ่งไปตามสายพาน สีจะถูกฉีดออกจากข้างในลูกกลิ้ง และสีจะออกมาตามลวดลายของลูกกลิ้ง วิธีการนี้จะได้พิมพ์เร็วกว่าการพิมพ์ด้วยบล็อกสกรีน เนื่องจากผ้าและสกรีนทำงานตลอดเวลา
โรลเลอร์ (Roller)
          การพิมพ์ด้วยโรลเลอร์ แม่พิมพ์ชนิดนี้ลวดลายจะอยู่ที่ผิวลูกกลิ้งโดยแกะเป็นร่องเล็ก ๆ ลึกเข้า
ไปในเนื้อลูกกลิ้ง ลูกกลิ้งจะหมุนรอบตัวเองผ่านถาดสีเพื่อรับสีเข้าไปขังอยู่ในร่องเล็ก ๆ ที่แกะไว้ส่วนบริเวณที่ไม่ได้แกะลวดลายใบมีดปาดสีจะปาดจนสะอาด ผ้าจะถูกป้อนเข้าเครื่องและไปรับสีที่ขังอยู่ในร่องเล็ก ๆ ดังกล่าว ลวดลายก็จะปรากฏบนผ้า

วิธีพิมพ์ผ้า แบ่งออกได้ดังนี้

พิมพ์โดยตรง (Drirect Printing)
         เป็นการพิมพ์ลวดลายให้มีสีตามต้องการลงบนผ้าโดยตรง

พิมพ์ทับ (Over Printing) 
         เป็นอีกแบบหนึ่งของการพิมพ์ตรง แต่จะใช้สำหรับการพิมพ์สีทับสีเพื่อจุดมุ่งหมายต่าง ๆ กัน เช่น รองพื้นผ้าสีเข้มเพื่อพิมพ์สีอ่อนหรือสีใสด้านบน เป็นต้น

พิมพ์รีซิสต์หรือดีชชาจ (Resist or Discharge Printing)
         เป็นการพิมพ์ลวดลายลงบนผ้าสี หลังจากพิมพ์แล้วสีพื้นซึ่งอยู่ในตำแหน่งของลวดลายที่พิมพ์ทับจะถูกกำจัดออกโดยสารเคมีที่ใช้ในการพิมพ์นั้น ทำให้เกิดลวดลายพิมพ์สีขาว เรียกว่า White Resist or Discharge ถ้าต้องการให้เกิดสีในลวดลายที่พิมพ์ก็ให้เติมสีผสมกับสารเคมีที่ใช้กำจัดสีพื้นนั้นด้วย วิธีนี้เรียก Color Resist or Discharge ซึ่งสีที่ผสมต้องทนต่อสารเคมีที่ใช้กำจัดสีพื้นด้วย

พิมพ์เบอร์นเอ๊าท์ (Burn-out Printing)
         เป็นการทำให้เกิดลวดลายบนผ้าใยผสมโพลีเอสเตอร์กับผ้าฝ้าย ด้วยการผสมสารเคมีลงในสีพิมพ์เพื่อทำลายเส้นใยฝ้ายออกจากลวดลายที่พิมพ์ ทำให้เหลือเส้นใยโพลีเอสเตอร์เพียงชนิดเดียว ลวดลายที่ได้จะโปร่ง

พิมพ์รูปลอก (Transfer or Indirect Printing)
         เป็นการทำให้เกิดลวดลายบนผ้า โดยการพิมพ์ลวดลายลงบนกระดาษแล้วนำไปอัดด้วยความร้อน สีจะเคลื่อนตัวจากกระดาษเข้าไปในผ้า ทำให้เกิดลวดลายตามต้องการ

ลักษณะของผ้าที่พิมพ์ แบ่งออกได้ดังนี้

ผ้าหลา
         เป็นงานพิมพ์ที่พิมพ์ผ้าเป็นม้วนหรือที่เรียกว่าผ้าหลา การพิมพ์ผ้าชนิดนี้ใช้วิธีการพิมพ์ได้ทุกประเภท มีทั้งที่พิมพ์ด้วยมือและพิมพ์ด้วยเครื่องอัตโนมัติ

ผ้าชิ้น
        เป็นผ้าที่ตัดออกมาเป็นชิ้นแล้ว การพิมพ์และสีบนผ้าชนิดนี้ค่อนข้างมีความหลากหลายมากกว่า มีทั้งการพิมพ์ด้วยมือและพิมพ์โดยเครื่องอัตโนมัติ เสื้อที่ถูกเย็บเป็นตัวแล้วก็จัดอยู่ในงานผ้าชิ้นเช่นกัน


ประเภทของสีพิมพ์ผ้า

         สีพิมพ์ผ้ามีหลายชนิดที่ใช้ในการพิมพ์ผ้า เช่น สีไดเร็กท์ (Direct Dyes) สีรีแอ็คทีฟ (Reactive Dyes) สีแว็ต (Vat Dyes) สีซัลเฟอร์ (Sulper Dyes) สีดิสเพิส (Disperse Dyes) สีเบสิค (Basic Dyes) สีอะโซอิค (Asoic Dyes) สีแอสิค (Acid Dyes) และสีพิกเม้นท์ (Pigment Dyes) สีแต่ะละประเภทมีข้อจำกัดในการใช้งานแตกต่างกัน แต่สีทีมีขอบข่ายการใช้งานมากที่สุดคือ สีพิกเม้นท์ ซึ่งสามารถใช้พิมพ์บนเส้นใยได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยสังเคราะห์

สีพิกเม้นต์ (Pigment dyes)

         สีพิกเม้นต์เป็นสีที่ไม่ละลายน้ำ สีจะกระจายตัวอยู่ในน้ำ สีไม่รวมกับน้ำ สีที่พิมพ์จะเกาะเส้นใยไว้เท่านั้นไม่ซึมเข้าสู่เส้นใยของผ้า ดังนั้นสีพิมพ์ประเภทนี้จึงต้องมีสารมาช่วยในการยึดติด นั่นก็คือ ไบเดอร์ (Binder) การเตรียมแป้งพิมพ์จึงต้องมี ไบเดอร์และสีพิกเม้นท์เป็นองค์ประกอบหลัก สีพิกเม้นท์ยังมีการแบ่งย่อยออกมาอีกตามลักษณะของแป้งพิมพ์ เช่น

แป้งจม (Pigment Print Paste) เมื่อพิมพ์แล้วเนื้อสีจะแทรกอยู่ระหว่างเส้นใยผ้า
แป้งยาง (Elastic Print Paste) เนื้อสีจะมีลักษณะเป็นฟิล์มเงายืดหยุ่นได้ ลอยตัวอยู่บนผิวผ้า
แป้งลอย (Matt Paste) เนื้อสีจะลอยตัวบนผ้าสีเข้มได้ดี พื้นผิวด้านไม่มีความเงา การยืดหยุ่นมีน้อยมากหรืออาจจะไม่มีเลย
แป้งนูน (Puff Paste) เนื้อสีจะฟูตัวได้เมื่อใช้ความร้อนอบหรือรีด ทำให้ดูมีเนื้อหนาขึ้น พื้นผิวจะด้านไม่เงางามความยืดหยุ่นมีเพียงเล็กน้อย

สีพิกเม้นท์ได้ใช้ในการผ้าชิ้นและผ้าหลากันเป็นส่วนใหญ่ สำหรับงานผ้าชิ้นยังได้แบ่งชนิดของสีตามเคมีที่เตรียมขึ้นมา ดังนี้

เคมีสูตรน้ำ (Water Based System) หมายถึง แป้งพิมพ์ที่เตรียมขึ้นมาโดยใช้เคมีที่มีฐานน้ำ โดยมีทั้งแป้งจม แป้งยาง แป้งลอย และแป้งนูน เป็นต้น เป็นสีที่นิยมในการพิมพ์ตรง สำหรับเคมีฐานน้ำที่ใช้ในการพิมพ์เราจะเรียกว่า สีระเหิด (Sublimation)

เคมีสูตรพลาสติซอล (Plastisol System) หมายถึง สีพิมพ์ที่เตรียมขึ้นมาโดยใช้เคมีที่มีฐานน้ำมันที่มีพลาสติกเป็นองค์ประกอบร่วม แป้งพิมพ์ของพลาสติซอล เรียกว่า Extender Base มีลักษณะดูเหมือน จม ลอย ยืดหยุ่น และนูน ได้เหมือนกับเคมีฐานน้ำ เป็นสีที่ใช้ในงานพิมพ์ตรงและพิมพ์อ้อม

เคมีสูตรน้ำมัน (Solvent Based System) หมายถึง สีที่เตรียมขึ้นมาจากเคมีฐานน้ำมัน เรียกว่าสีน้ำมัน ใช้พิมพ์ผ้าที่ต้องการการยึดเกาะสูง เช่น ผ้าร่ม ผ้ากระเป๋า เป็นต้น ใช้ในการพิมพ์ตรงและพิมพ์อ้อม

 

*ข้อมูลทั้งหมดที่ระบุไว้ในบทความข้างต้นนี้ รวมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ ล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากความรู้และความเข้าใจในปัจจุบันของผู้เขียนทั้งสิ้น และถือได้ว่าความรู้ดังกล่าวมีความถูกต้องแม่นยำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังไม่สามารถให้การรับประกันความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวได้ในทุก ๆ กรณี เนื่องจากผู้เขียนไม่อาจคาดคะเนได้ว่าผู้อ่านจะนำข้อมูลหรือคำแนะนำ ไปใช้เมื่อใด ทางด้านใดบ้าง และมีปัจจัยอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและผู้เขียนขอสงวนสิทธ์ในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล และคำแนะนำข้างต้นตลอดด้วยโดยไม่มีการแจ้างให้ทราบล่างหน้า*

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๐๗:%M น.
 

เรียนสกรีนเสื้อฟรี

 
   ScreenPrintingSecret
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้266
mod_vvisit_counterเมื่อวาน516
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3775
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3487
mod_vvisit_counterเดือนนี้9262
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว15434
mod_vvisit_counterทั้งหมด1060105

Online (20 minutes ago): 7
Your IP: 54.224.102.26
,
Today: พ.ย. ๑๘, ๒๕๖๐